hosting domain ทำงานร่วมกันได้อย่างไร

จากบทความก่อนๆเราก็เล่าให้ฟังไปแล้วบ้าง ว่าโดเมนกับ hosting คืออะไร ทำงานร่วมกันอย่างไร คราวนี้เรามาเจาะลึกให้ถึงกึ๋นครับ

ระบบ โดเมน กับระบบ hosting จริงๆแล้วทำงานเป็นอิสระต่อกัน เมื่อระบบนึงมีปัญหา อีกระบบจะยังทำงานต่อไปได้ เพียงแต่มันจะส่งผลต่อการทำงานโดยรวมเลยดูเหมือนว่ามันมีปัญหาทั้งระบบ

ระบบโดเมนจากที่เคยกล่าวไปแล้วว่ามันจะมีส่วนที่เก็บค่า dns ก็คือค่าที่ทำหน้าที่บอกว่าโดเมนนี้กำลังชี้ไปที่ hosting ไหนนั่นเอง

ค่า dns นี้ถือว่าเป็นค่าที่สำคัญมาก เพราะว่ามันคือหัวใจสำคัญที่ทำให้โดเมนและ hosting ทำงานร่วมกันได้ ถ้า dns down ก็จะทำให้ระบบมีปัญหาได้.....

จะเล่าให้ฟังเริ่มต้นตั้งแต่ ที่เราเริ่มเรียกหน้าเว็บเลยนะครับ เมื่อเราเปิด web browser ขึ้นมาแล้ว เราก็จะเรียกเว็บด้วยการพิมพ์โดเมนนะครับเช่น www.meewebfree.com ซึ่ง browser ของเราจะเริ่มค้นหาก่อนเลยว่า meewebfree.com มีค่า dns ว่าอะไรโดยเริ่มค้นจากไฟล์ที่ชื่อ hosts ซึ่งเก็บอยู่ใน windows เรานั่นเอง

เมื่อ ค้นแล้วไม่พบโดเมนนี้ ก็จะเริ่มทำการออกไปค้นภายนอก โดยเริ่มจากไปค้นจาก isp ของอินเตอร์เน็ตที่เราใช้งาน ก็จะแจ้งว่าโดเมนนี้คือ .com ระบบก็จะเข้าไปค้นที่ .com ค้นที่ .com เฉยๆนะครับ เพื่อค้นหาว่า meewebfree ชื่อนี้เนี่ยเก็บค่า dns อะไรเอาไว้ จากนั้นก็พบว่า meewebfree.com เก็บค่า dns คือ
ns1.meewebfree.com
ns2.meewebfree.com
ระบบ จะทำการแปลงค่า dns นี้ออกมาเป็น ip ซึ่งจะได้ ipของ server แล้ว� web browser ก็จะเชื่อมต่อเพื่อเรียกข้อมูลเว็บจาก ip นั้นต่อไป

ทั้งหมดตั้งแต่เรากดป่ม enter จนกระทั่งเริ่มติดต่อ ip ของ hosting นั้น ใช้เวลาเพียงมิลลิวินาทีครับ
ทำให้เรารู้สึกว่า enter ปุ้บเว็บก็เริ่มโหลดทันที (ไม่นับช่วงที่กำลังโหลดที่เร็วหรือช้าขึ้นกับ internet แต่ละคนครับ)

เมื่อ browser เริ่มเชื่อมต่อกับ hosting แล้ว ก็จะส่ง url ที่เรียกไปให้ hosting เพื่อให้ hosting ทราบว่าเรากำลังเรียกเว็บไหนที่อยู่ในเครื่องนั้นเพื่อให้ระบบของ hosting เข้าไปทำการค้นหาข้อมูลที่เก็บ และประมวลผลข้อมูลเพื่อเอามาแสดงเป็นหน้าเว็บต่อไป

โดยกระบวนการทั้ง หมดนี้เราจะเห็นได้ว่าส่วนที่เข้ามาเกี่ยวข้องนั้นมีหลายส่วนเลย ตั้งแต่เครื่องเราเอง isp ที่เราใช้ .com server และ hosting ของเว็บปลายทางที่ใช้ รวมไปถึง dns ที่เราเอามาเป็นตัวชี้ไปยัง hosting ปลายทางอีกด้วย

ถ้ามีส่วนหนึ่งทำงานผิดพลาดไป ก็จะส่งผลให้การเปิดเว็บครั้งนั้นผิดพลาดไปด้วย เช่นอาจจะเปิดไมได้ ซึ่งเมื่อเราเปิดเว็บไม่ได้ เราก็มักจะโทษ hosting ไว้ก่อนว่ามันมีปัญหา ทั้งๆที่จริงส่วนที่เกี่ยวข้องมีอีกตั้งหลายส่วน

เพียงแต่ว่าส่วน ใหญ่ที่เราจะเจอกันบ่อยๆก็คือการที่มีปัญหาที่ตัว hosting จริงๆ เพราะว่าระบบอื่นๆที่เป็นองค์ประกอบ มี down time หรือจะเกิดปัญหาได้น้อยกว่านั่นเอง ถ้าให้ผมประเมิน ผมจะมองว่าการที่เปิดเว็บไม่ได้ เป็นปัญหาจาก hosting 70%� คือเกินครึ่งแต่ไม่เต็มร้อย

คงเห็นภาพมากขึ้นนะครับ ว่าการเคาะ enter เปิดหน้าเว็บนั้นมีกระบวนการทั้งหมดอย่างไรบ้างและหวังว่าจะเห็นภาพมากขึ้น ว่าการเปิดเว็บไม่ได้ ไม่ได้เกิดมาจากปัญหาส่วน hosting อย่างเดียว ซึ่งคนทำเว็บทั่วไปจะต้องคิดว่าเป็นอย่างนั้นเสมอ.....

ที่มา : http://web.meewebfree.com

 

 
domain คืออะไร ทำงานอย่างไร

domain name ที่หลายคนจำสลับสับสนเข้าใจปนกับ hosting วันนี้ลองมาอ่านบทความนี้ดูครับ เพื่อที่จะได้เข้าใจอย่างถูกต้องว่าโดเมนมันคืออะไร

หลายคนที่เป็น มือใหม่จะเข้าใจว่า โดเมนคือชื่อเว็บ แล้วเมื่อเราจดโดเมน เราก็จะได้พื้นที่ทำเว็บด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดครับ แต่ไม่ผิดหมด ถูกครึ่งเดียว แล้วที่ถูกทั้งหมดคืออะไรลองมาดูกันครับ

domain name คือระบบชื่อที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ง่ายแก่การจดจำและเรียกใช้ เช่น sanook.com อย่างนี้เราอ่านออกใช่หรือเปล่าครับ เราถึงได้จำได้ง่ายครับ

แต่หน้าที่หลักอีกอย่างของโดเมน ที่นอกเหนือจากให้อ่านและจำได้ง่ายแล้ว มันยังทำหน้าที่ในการเอาชื่อตัวเองเข้าไปผูกกับ hosting อีกด้วย
หน้าที่สองอย่างนี้คือหัวใจของโดเมนหากขาดข้อใดข้อหนึ่งไปก็ไม่เรียกว่าโดเมนครับ

ก็ จะลงรายละเอียด ในเรื่องที่ว่าเป็นชื่อให้จำง่าย แปลว่ามันต้องมีชื่อที่จำยากอยู่แล้ว จริงๆมันต่อเนื่องมาจากคุณสมบัติอีกข้อนึงครับ นั่นก็คือการที่โดเมนมันจะผูกกับ hosting นั่นล่ะครับ hosting แต่ละเครืองจะต้องมี ip ประจำเครื่องไม่น้อยกว่า 1 ip และจะต้องเป็น ip ที่ไม่ซ้ำกับใคร และเป็น ip จริงก็คือเป็น ip ที่ access โดยตรงได้จากทุกที่ที่มีอินตอร์เน็ต

ip สามารถเปลี่ยนครื่องได้ แต่ว่าในช่วงเวลาหนึ่ง เราจะมีเพียงแค่ 1 เครื่อง server เท่านั้นสำหรับแต่ละ ip (แต่ ณ เวลานั้น 1 เครื่องสามารถมีได้หลาย ip)

โดเมน จะทำหน้าที่ในการผูกกับ hosting ได้ด้วยการตั้งค่าของ DNS คือทุกๆโดเมนจะมีส่วนที่เก็บค่า DNS เสมอ อย่างน้อย 2 ค่าตามมาตรฐาน บางที่อาจจะมีถึงสิบก็ได้ แต่ว่าอย่างน้อยคือสอง
DNS ก็คือตัวกำหนดว่า ณ เวลานั้นโดเมนนั้นผูกกับ server ไหนอยู่ นี้ก็คือความสัมพันธ์เดียวที่เกี่ยวข้องกันระหว่าง hosting & domain name ครับ

ตัวโดเมนเองนั้นไม่มีพื้นที่ หลายคนมักจะเข้าใจผิดเสมอๆว่าจดโดเมนแล้วจะได้พื้นที่ทำเว็บแต่ในความเป็นจริงโดเมนมันเป็นเพียงแค่ชื่อเท่านั้นไม่ได้มีพื้นที่สำหรับการทำเว็บ แต่ที่เราสามารถทำเว็บให้กับโดเมนใดๆได้นั่นเป็นเพราะว่าเราเอาไปผูกกับ hosting อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วนั่นเอง

คงจะเข้าใจเรื่องโดเมนกันมากขึ้นนะครับ

ที่มา : http://web.meewebfree.com

 

 
hosting คืออะไรมีหน้าที่อย่างไร

ก่อนหน้านี้เราพูดถึง hosting ในมุมมองแบบเข้าใจง่ายๆกันไปแล้ว คราวนี้เราจะมาเจาะลึกกัน ว่ามันคืออะไร ทำงานได้อย่างไร มีอะไรบ้างที่เราต้องรู้และเข้าใจ

hosting จริงๆก็คือเครื่อง server ที่ทำหน้าที่บริการ หรือรันเว็บในภาษาต่างๆตามที่เจ้าของ hosting ได้ตั้งค่าเอาไว้

server จริงๆมันก็เป็นเพียงแค่คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งเท่านั้น แต่ที่เราเรียก server ก็เป็นเพราะว่าหน้าที่การทำงานของมัน ที่เราต้องเปิดใช้งานมันตลอด� 24 ชั่วโมง ทำงานตลอดทุกวันไม่เคยพัก และส่วนสำคัญอีกส่วนที่ทำให้แตกต่างจากคอมพิวเตอร์ทั่วไปก็คือ ความคงทนของอุปกรณ์ ที่ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะว่าต้องมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน กว่า computer ทั่วไป ส่วนเรื่องราคาก็ต้องแพงกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปแน่ๆ เพราะว่าของดีกว่านี่นา
แต่ ถ้าถามว่าเอาคอมธรรมดาทำ server ได้ไหมคำตอบคือได้ แต่ว่าไม่ทนเท่านั้นเอง เพราะว่าคอมทั่วไปไม่ได้ออกแบบอุปกรณ์มาใก้ทนงานหนักขนาดนั้น

กลับมาที่เรื่อง hosting ตอนนี้คงนึกภาพออกแล้วนะครับ ว่ามันคืออะไร

สำหรับ การทำงานของมันก็ไม่ยาก ก็เพียงแค่เราลงระบบปฏิบัติการให้กับมัน ซึ่งอาจจะเป็น window server หรือ Linux ที่ build มาให้เป็น server ก็ได้ มีลักษณะที่ไม่แตกต่างกันมาก ก็เหมือนว่าเราต้องเอาคอมของเราไปติดตั้ง window ก่อนใช้งานนั่นล่ะครับ

จาก นั้นมา เราก็ลง service เพื่อให้สามารถรันเว็บได้ ที่เราเรียกว่า service ก็เพราะว่ามันคือส่วนหนึ่งของชุดคำสั่ง ที่ stand by รอพร้อมการเรียกใช้ตลอดเวลา ให้เราเรียกใช้งานเมื่อไรก็ได้ทันที จะไม่เหมือนโปรแกรม ที่เมื่อเราจะใช้ก็ต้องเปิดขึ้นมาก่อน

โดย service ที่ทำหน้าที่ในการรัน website นี้ มีชื่อว่า Apache ใน linux,unix และ IIS ใน windows ซึ่งจะคอยรับคำสั่งการเรียกใช้หน้าเว็บ แล้วไปค้นหาหน้าเว็บที่ถูกเรียกนั้น เพื่อเปิดขึ้นมาแสดงผล หรือแปลภาษา ในกรณีที่มีส่วนของภาษาสคริป เช่น php asp เป็นต้น

รูปแบบของ website ก็มีแบบ static , dynamic

website static คืออะไร คือเว็บที่มีเนื้อหาตายตัว ไม่ว่าจะเปิดกี่ครั้ง ก็ยังไม่เปลี่ยน ไฟล์ทุกอย่างเป็นไฟล์เดิมๆ โดยเนื้อหาหน้าเว็บจะเปลี่ยนได้ก็ต่อเมื่อไฟล์หน้าเว็บนั้นถูกแก้ไข แล้ว upload ขึ้นไปวางทับของเดิมแล้วเท่านั้น ก็คือพวก html fileนั่นล่ะครับ ถ้าเราไม่เปิดเว็บมาแก้โค้ดหรือเนื้อหา เราก็จะได้เนื้อหาที่เหมือนเดิมตลอด

website dynamic คืออะไร คือเว็บที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเองได้ แม้ว่าเจ้าของเว็บจะยังไม่ได้ทำอะไรเลยก็ตาม เช่นกระดานข่าว หลังจากที่เจ้าของเว็บติดตั้งเรียบร้อยแล้วก็ไม่ต้องทำอะไร ปล่อยให้ระบบทำงานของมันเองโดยอัตโนมัติ เช่นให้ user เข้ามาตั้งกระทู้ ตอบกระทู้ เจ้าของก็มีหน้าที่นั่งดูการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น หรือให้เห็นง่ายๆคือพวกกล่อง chatนั่นล่ะครับ dynamic เช่นกัน

สำหรับ website static นั้น การรันเว็บจะเป็นไปได้อย่างง่ายมากๆ เพราะว่า service ที่ทำหน้าที่รันเว็บหรือ apache ก็จะเพียงแค่อ่านไฟล์แล้วส่งเนื้อหาไปยัง client ที่ร้องขอมา หรือก็คือเราๆท่านๆที่เปิดเว็บนั่นเอง
แต่สำหรับ website dynamic จำเป็นจะต้องอ่านไฟล์ขึ้นมาเพื่อทำการแปลภาษาก่อนแล้วดำเนินตามคำสั่งต่างๆ ที่ถูกเขียนอาไว้ในไฟล์ให้เสร็จสิ้นก่อนการส่งผลสำเร็จที่ได้เป็นหน้าเว็บไป ยัง user

จะเห็นได้ว่า website dynamic มีการใช้ทรัพยากรทีมากกว่า เพราะว่าต้องแปลให้เป็นภาษาเครื่องต้องดำเนินการตาที่ถูกเขียนคำสั่งไว้ ก่อนจะได้หน้าเว็บส่งไปที่ user

นี้ก็คือหน้าที่หลักๆของ hosting

การใช้งาน
การ ใช้งาน hosting ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแค่เรานำเอา webpage static, webpage dynmic อะไรก็ได้ เอาเข้าไปวางแล้วเรียกชื่อไฟล์ให้ถูกต้องเท่านั้นเองครับ ที่เหลือให้เป็นหน้าที่ของ service รันเว็บจัดการให้

โดยมาตรฐานทั่ว ไป hosting ทุกๆที่ เค้าจะกำหนด folder หลักเอาไว้ ซึ่ง folder นี้สำคัญมาก เพราะว่าเราจะต้องเอาเว็บของเราทั้งหมดวางใส่ใน folder นี้เท่านั้น แต่มือใหม่มักจะไม่เข้าใจ มักจะวางด้านนอก ซึ่งทำให้เรียกเว็บไมได้

อย่างที่บอกว่า เจ้าของเว็บต้องเอาไฟล์เว็บไปวาง เมื่อวางแล้วก็คือเสร็จเลย ไม่ต้องทำอะไรต่อแล้ว เราจะเรียกเว็บได้ทันที เพราะว่าบางคนเข้าใจว่าต้องตั้งค่าอะไรบางอย่างก่อนถึงจะเรียกเว็บตัวเองได้ ความจริงคือไม่มี แค่วางไฟล์ปุ้บก็เรียกเว็บได้ปั๊บเลย ปัญหาจะอยู่ที่วางไม่ถูกที่นี่แหล่ะ

แต่ปัญหาต่อมาคือถ้าเรามีแต่ hosting แล้วเราจะเรียกเว็บเราได้อย่างไร เพราะว่า hosting 1 เครื่องโดยทั่วไปก็จะใส่เว็บเอาไว้หลายสิบเว็บถ้าเราเรียกธรรมดาระบบจะเข้า ใจได้อย่างไรว่าเรากำลังเรียกไฟล์จากเว็บไหนอยู่
ปัญหานี้ก็แก้ด้วยการเอาโดเมนเข้ามาผูกนั่นเอง แต่เราจะยังไม่กล่าวถึงครับ เราจะมีบทความเรื่องโดเมนแยกต่างหาก จะได้ไม่สับสน

กลับมาที่เรื่องของ folder หลัก ที่เราจะเอาเว็บไปใส่ในนี้เท่านั้นจึงจะแสดงผล จะมีชื่อเรียกว่า root folder ก็คือfolder ชั้นบนสุดของเว็บราเมื่อเรามองตามชั้นความลึก คือเว็บเราจะขึ้นออกนอกแฟ้มนี้ไม่ได้แล้ว นั่นล่ะครับ root folder เจอที่ไหนก็ขอให้เข้าใจกันตามนี้
โดย root folder จะมีชื่อเรียกที่ต่างกันตามแต่ละที่ แต่ว่าจะมีเพียงไม่กี่ชื่อ ก็จำได้เลยครับ ชื่อเหล่านี้จะมี
www
public_html
httpdoc
default
เท่านี้ครับ อาจจะมีนอกเหนือจากนี้ได้แต่ก็ไม่เป็นที่นิยม ชื่อแฟ้มทั้งหมดที่ผมกล่าวก็น่าจะครอบคลุม hosting 99% ทั่วโลกแล้วล่ะครับ เวลาเจอก็เข้าใจได้เลยว่าเราต้องเอาเว็บเราไปใส่ในแฟ้มพวกนี้เท่านั้น เว็บจึงจะแสดงผล

การจัดลำดับความลึกของเว็บเหมือนในคอมพ์ของเราไม่มีผิดเลยครับ
ถ้า เรามองว่า root folder คือ my computer ของเราก็ได้ คืออยู่บนสุดแล้วเปิดเข้า My com ก็จะเจอ drive c ใน drive c ก็จะมีแฟ้มย่อยๆ แตกออกไปเรื่อยๆครับ
การทำเว็บโดยปกติก็เป็นลักษณะนั้น คือมีชั้นบนสุดและมีชั้นย่อยๆแตกลงไปเรื่อยๆ หรือจะลงลึกชั้นเดียวแต่ออกทางกว้างก็ได้เหมือนกันขึ้นอยู่กับการออกแบบของ เจ้าของเว็บอีกที

ทั้งนี้หวังว่าคงจะเข้าใจมากขึ้นนะครับและท้ายนี้เอารูป server มาฝากครับ เพื่อให้เห็นภาพว่า server จริงหน้าตาเป็นแบบไหน



ป. ล.รูปที่เห็นนั่นคือ 3 เครื่องซ้อนกันนะครับ ความสูงแต่ละเครื่องก็สูงกว่า CD rom drive ท่านไม่มากนักครับ และ mindwebhost.com ก็ใช้งานตัวนี้ด้วยครับ อิๆๆๆ มั่นใจ ใช้ dell ว่างั้น

ที่มา : http://web.meewebfree.com

 

 
ภาคต่อ ทำให้ local host มีโดเมน 1 เว็บต่อ 1 โดเมน
ครั้งก่อน เราเล่าให้ฟังถึงวิธีการทำให้ localhost มีโดเมนแล้ว คราวนี้เรามาต่อกันด้วยเรื่องการทำให้ localhost มีหลายโดเมน และแต่ละโดเมนก็มีแต่ละเว็บที่แตกต่างกัน เรียกได้ว่าเหมือนใช้งาน server จริงๆกันเลยแหล่ะ

การทำแบบนี้เค้าเรียกว่า ทำ virtual host ที่ใช้ความสามารถของ apache เข้ามาช่วย การทำงานเป็นไปในลักษณะเดียวกันกับ server จริงๆที่เค้าใช้งานโดยทั่วไป(แต่เชิงลึกจะต่างกันเล็กน้อย แต่ไม่ใช่ประเด็น)

ทำไมต้องทำ virtual host สำหรับ localhost?
จริงๆ ไม่ต้องทำก็ได้ คนทำเว็บเยอะๆก็จะรู้กันอยู่แล้วว่าเรียกแบบ http://localhost/1 , http://localhost/2 ก็ได้ตามแต่ว่าในเครื่องเรามีกี่เว็บ
แต่ว่าบางครั้งอารมณ์แบบอยากให้ เหมือนกับของจริงคืออยากให้มี www.domainsomething.com แบบนี้ในเครื่องเราบ้าง หรืออาจจะเป็นการใช้เพื่อความสะดวก เพื่อให้เรียกเว็บในเครื่องได้แบบสั้นๆบ้าง ก็ว่ากันไป....
หรืออีก เหตุผลหนึ่งเพื่อควาามคล้ายคลึงกับของจริง เพราะว่าของจริงเราใช้ www.meewebfree.com แต่ในเครื่องเราใช้ http://localhost/meewebfree มันไม่ได้เหมือนกันเลย.....

ทำแล้วมีผลเสียอะไรหรือเปล่า?
ไม่มีนะครับจากเท่าที่ได้ลองใช้งานมา

ทำยากไหม?
ลองทำตามก็แล้วกันครับ

การทำครั้งนี้ ผมใช้ wamp รันเป็น localhost� ในเครื่องผมเองนะครับ ดังนั้น ทุกไฟล์ที่กล่าว ก็จะเป็นไฟล์ที่มาจาก wamp version 2.0x ด้วยนะครับ ถ้า version 1.7ก็จะไม่เหมือนตามนี้อีก....

1.แก้ไฟล์ httpd.conf ก่อน เริ่มจากคลิกซ้ายที่ wamp ที่ taskbar ก่อน ที่เป็น icon ขาวๆ >> apache >> httpd.conf

โดยแก้จาก
#Include conf/extra/httpd-vhosts.conf
ให้เป็น
Include conf/extra/httpd-vhosts.conf
หรือแค่ลบเครื่องหมาย# ข้างหน้าออกเท่านั้น แล้ว saveเลยครับ

2.แก้ไฟล์ httpd-vhosts.conf ไฟล์นี้เก็บอยู่ที่ C:\\wamp\\bin\\apache\\Apache2.2.11\\conf\\extra (อย่างที่บอกผมใช้ wamp 2.0 นะครับ)

ให้เพิ่มเข้าไปที่ด้านล่าง ดังนี้
  1. <VirtualHost localhost:80>
  2. ServerAdmin This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
  3. DocumentRoot "C:/wamp/www/meewebfree3/"
  4. ServerName www.beemeewebfree.com
  5. ServerAlias beemeewebfree.com
  6. </VirtualHost>


อธิบาย (ใคร copy ไปเอาตัวเลขออกด้วยนะครับ อย่าเอาไปทั้งดุ้นที่ติดตัวเลข)
ServerAdmin This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it ---- ตั้งว่าอะไรก็ได้ครับ
DocumentRoot "C:/wamp/www/meewebfree3/" ---- ไฟล์ของเว็บที่เรากำลังจะเรียกใช้เก็บอยู่ที่ไหนของเครื่อง
ServerName www.beemeewebfree.com ----- ตัวนี้จะเป็นตัวกำหนดเลย ว่าเว็บนี้ เราจะเรียกโดเมนว่าอะไร (ต้องเป็นโดเมนที่ตั้งให้ชี้มาเครื่องตัวเองก่อนได้นะครับ อ่านได้จากบทความเก่าของเราครับ ลิ้งค์ที่อยู่บรรทัดแรกของบทความนี้แล้ว)
ServerAlias beemeewebfree.com ----- ก็คือโดเมนเดิม แต่ตัด www. ออกเพื่อให้เข้าใช้งานทั้งแบบมี www และไม่มี www ครับ

ถ้า เราจะทำเว็บอื่น ก็ปั๊มโค้ดดังกล่าวขึ้นมาอีกชุดเลยนะครับ แล้วแก้ค่าต่างๆให้ต่างจากอันเดิม โดยเน้นบรรทัดที่ 3-5 เท่านั้นเองแก้ให้ต่างจากของเดิม�
แล้วข้างบนที่เขียน ServerName *:80 ให้แก้เป็น ServerName localhost:80
แล้ว save เลย

3.restart apache 1 ที เสร็จแล้วครับ (icon wamp ต้องกลับมาขาวเหมือนเดิมนะครับ ถึงจะเรียบร้อยไม่มีข้อผิดพลาด)

แค่นี้แหล่ะครับเสร็จแล้ว อย่าลืมชี้โดเมนเหล่านั้นเข้าเครื่องตัวเองก่อน ตามบทความเก่าของเรานะครับ

ที่มา : http://web.meewebfree.com

 

 
ใช้ localhost แบบมีโดเมน ง่าย ฟรี
บทความนี้ผมจะเขียนเมื่อนานมาแล้วครับ ตั้งใจว่าจะเขียนแล้วก็ลืมไป ตอนที่นึกออกก็ไม่มีเวลาเขียน ตอนที่มีเวลาก็นึกไม่ออกว่าต้องเขียน

วันนี้ก็เลยอาศัยเวลาช่วงพักกลางวันมาเขียนบทความสักหน่อย (แต่เขียนแล้วไม่ได้ลงทันทีนะครับ)

ตามปกติ เวลาเราเรียกใช้งานเว็บในเครื่องเราเอง เราก็จะต้องพิมพ์ว่า http://localhost/ หรือบางคนก็พิมพ์ว่า http://127.0.0.1/ ตามแต่ที่ตัวเองถนัดกันไป รู้สึกหรือเปล่าครับว่ามันยาวไปหน่อย และไม่ใช่โดเมน www.com ด้วย� วันนี้ก็เลยจะมาเสนอวิธีทำให้เครื่องตัวเองมีโดเมน www.com แบบง่ายๆ และไม่เสียตังค์กัน

ปกติ การเปิดหน้าเว็บนั้น ระบบจะต้องมีส่วนของการตรวจสอบ DNS ของโดเมนนั้นๆก่อนเสมอทุกครั้ง ซึ่งจะเริ่มจากการตรวจสอบจากในเครื่องตัวเองก่อน เมื่อไม่มีข้อมูลก็เลยออกไปอาศัย dns server ตามผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ในการค้น dns อีกที

เราก็เลยจะมาดักตั้งแต่ขั้นตอนการค้นหาในเครื่องเลย คือเราจะมากำหนดโดเมนที่เราต้องการให้ชี้เข้าเครื่องของเราเอง ไม่ต้องออกไปค้นหาข้างนอก

สำหรับการเตรียมตัวก็ง่ายๆครับ
1.คิดชื่อโดเมนขึ้นมา อย่างผม คิดชื่อ www.beelocal.com
2. เปิดไฟล์ C:\\WINDOWS\\system32\\drivers\\etc\\hosts ขึ้นมา (ไฟล์นี้ไม่มีนามสกุล ชื่อไฟล์ว่า hosts เฉยๆเลย) โดยการเปิดด้วย notepad หรือว่า text editor ตัวใดก็ได้ เช่น editplus ultraedit phpdesigner notepad++ dreamweaver และอื่นๆอีกมากมายตามแต่สะดวกแล้วกัน

สำหรับทั้งสองข้อเมื่อเรียบร้อยแล้ว ให้เราสังเกตโค้ดใน hosts จะมีบรรทัดที่เขียนว่า
127.0.0.1������ localhost
อย่างของผม อยู่ที่บรรทัดที่ 19 นะครับ(ผมใช้ windows xp service pack2)
เราก็เติมบรรทัดที่ 20 เข้าไปให้เป็น
127.0.0.1��� www.beelocal.com
ก็คือใส่ 127.0.0.1 แล้ววรรคแล้วตามด้วยโดเมนในข้อที่ 1 ที่ให้คิดเอาไว้
และอีกบรรทัดนึง
127.0.0.1�� beelocal.com

หลังจากนั้นก็ save แล้วเอาให้ชัวร์ก็คือการ log off แล้ว login เข้ามาใหม่ หรือว่า ว่างๆก็ restart เครื่องเลยก็ได้ตามสะดวก

พอเสร็จขั้นตอนทั้งหมดนี้เราก็จะเข้าเว็บด้วยชื่อโดเมนดังกล่าวได้แล้ว โดยหน้าเว็บที่ปรากฏก็คือเว็บในเครื่องของเราเอง



แค่นี้เองครับ เสร็จแล้ว

มีข้อให้คิดอย่างนึงครับ ก็คือว่าชื่อโดเมนที่ให้คิดนั้น สามารถตั้งชื่อโดเมนว่าอะไรก็ได้ www.google.com www.hotmail.com ก็ได้ อะไรก็ได้จริงๆ ไม่ว่าจะมีเจ้าของแล้วหรือไม่ก็ตาม แต่ปัญหาก็คือว่า ถ้าเราตั้งเป็น www.google.com แล้ววันใดที่เราต้องการเปิดเว็บ www.google.com จริงๆเพื่อใช้ค้นข้อมูล เราจะใช้ google.com จริงได้อย่างไร ในเมื่อเปิดทีไรก็ชี้เข้าเครื่องตัวเองทุกที มันก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการลบบรรทัดที่ 20-21 ออก แต่ผมว่าจะง่ายกว่าหรือเปล่า ถ้าเราเลือกตั้งโดเมนที่ยังไม่มีคนใช้ หรือตั้งเป็นโดเมนที่เราไม่คิดว่าจะได้เปิดอีกตลอดไป ประมาณนี้ครับ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาแก้ไปแก้มาแล้วก็ทำให้เสร็จทีเดียวก็ใช้ได้ตลอดเลย

และ อีกเรื่องนึงก็คืออย่าตั้งให้ยาวเกินไปนักครับ ไม่ใช่อะไรหรอก จะตั้งโดเมนให้เป็น www.thisisdomainforlocalhost.com ก็ได้ แต่คำถามคือ ถ้าตั้งแบบนี้แล้วกลับไปพิมพ์ http://localhost/ มันจะไม่สั้นกว่าหรือครับ?

บางคนอาจจะสงสัย ว่าถ้าเราตั้งอย่างเช่น www.beelocal.com แล้ว และ set wamp ให้ online แล้ว จะให้เครื่องที่อยู่ในวงแลน หรือ internet ภายนอก access เข้าด้วยโดเมนนี้ได้หรือเปล่า
คำตอบคือได้ แต่ว่าเราก็ต้องไปไล่แก้ไฟล์ hosts ของเครื่องที่จะเปิดก่อนทุกครั้งครับ(ไม่ใช่เครื่องเรานะครับ แก้ที่เครื่องคนอื่นด้วย) แต่แทนที่จะใส่ว่า 127.0.0.1 www.beelocal.com ก็เปลี่ยน 127.0.0.1 ให้เป็น IP เครื่องเราแทน(เพราะว่าเราคือเครื่องที่เค้าจะเปิดมาดึงข้อมูลจากเราไป)

บางคนอาจจะคิดต่อไปอีก ถ้าตั้ง wamp online แล้ว และทำ dynamic IP เรียบร้อยแล้วด้วย ลองเปิดแบบ dynamic ipตามปกติก็เข้าเครื่องได้แล้ว อย่างนี้จะเอา www.beelocal.com ให้เค้าเปิดได้หรือเปล่า คำตอบก็คือก็ได้อีก แต่ว่าต้องแก้ hosts นี้ในทุกๆเครื่องที่จะเปิดครับ โดยต้องแก้เป็นชื่อ dynamic ip ที่ใช้ปกติ

แต่ว่าทั้งสองแบบข้างต้นมันแทบจะเป็นจริงไม่ได้เลย อย่างในแลนยังพอแก้ไหว แต่ว่าเป็นในโลกอย่างนี้คงต้องลืมไปได้เลย เพราะว่าเราจะไม่รู้มาก่อนเลย ว่าใครจะเปิดเว็บเราบ้าง

อย่างนั้นก็ไม่มีทางใช้โดเมนนี้ชี้เข้าเครื่องเราได้จริงๆล่ะสิ?
มี ครับ นั่นก็คือการจดโดเมนจริงๆเลย(อันนี้ต้องเป็นโดเมนที่ยังไม่มีเจ้าของเท่านั้น) อันนี้ต้องเสียตังค์แล้วล่ะครับ เพราะว่ามันจะ global online เลย แต่.... มันเกินกว่าความต้องการของบทความนี้ไปแล้วครับ เริ่มต้นแต่เล็กๆใช้เองคนเดียว ทำไปทำมาใหญ่โตเลย

เอาเป็นว่าก็ลองเอาไปใช้กันดูนะครับ จะได้ทำเว็บในเครื่องให้เหมือนของจริงขึ้นมาอีกนิดนึง อย่างน้อยก็มีโดเมนด้วย เพิ่มความสะดวกได้อีกหน่อยครับ

ตอนนี้ผมก็ ใช้ www.beelocal.com อยู่เพื่อชี้เข้าเครื่องตัวเองครับ โดยไม่เคยเช็คเลย ว่าโดเมนนี้ว่างอยู่หรือไม่ และมีหน้าเว็บหรือไม่อย่างไร คิดได้ก็ใช้เลยครับ

อ้อ นอกจากนี้ยังทำให้มีหลายโดเมนก็ได้อีกนะครับ ก็คือการเพิ่มบรรทัดเข้าไปอีกแล้วชี้ ip มาที่ 127.0.0.1 เหมือนเดิมครับ ทำกี่โดเมนก็ได้เอาให้สนุกครับแต่ข้อควรระวังก็อย่างที่บอกด้านบนนั่นเอง

สำหรับการเพิ่มโดเมนชี้เข้าเครื่องตัวเอง แต่ทำให้แต่ละโดเมนมีเว็บของตัวเองแยกกันนั้นต้องติดตามเราต่อไป สัญญา เอามาลงแน่นอนครับ ไม่มีพลาด(เพราะว่าเขียนเสร็จแล้ว 555)

ที่มา : http://web.meewebfree.com

 
การเขียน flowchart เตรียมพร้อมก่อนเขียนโปรแกรม

บทความนี้ไม่เชิงเป็นบทความเท่าไรครับเพราะว่า ช่วงนี้ผมก็ทำโปรเจคด้วย และพอดีว่า โปรเจคที่ทำ มันออกแนวมาทาง computer สักหน่อย (เท่าที่ดูน่าจะเต็มขั้นล่ะ) แต่ด้วยความที่ว่าตัวเอง เรียนไฟฟ้าอิเล็ก เรื่องพวกนี้เลยไม่ได้เรียน (เรียนภาษาซีอยู่วิชาเดียวเอง กรรม...) ก็ไม่ได้เรียนคอมฯ นี่นะ ไม่เป็นไรครับ ศึกษาไปพร้อมกัน และพร้อมผมนี่ล่ะครับ หุๆๆๆ

ก่อนอื่น ผมต้องบอกก่อนว่า บทความนี้เป็นการผสมกันระหว่าง http://www.geocities.com/S_Analysis/FlowChart3_new.html และ http://en.wikipedia.org/wiki/Flowchart เพื่อให้ได้ความถูกต้องมากที่สุดนะครับ

ออ สำหรับผู้ที่รู้อยู่แล้วไม่ต้องอ่านก็ได้นะครับ แต่ผมขอเขียนเอาไว้เผื่อในอนาคตอาจจะได้ใช้ครับ (และการเขียนทำให้เราต้องศึกษา และมันจะจำได้ครับ)

เริ่มต้นจาก Flowchart คือ อะไร flow chart หรือภาษาไทย เค้าเรียกว่า ผังงาน ก็คือเครื่องมือที่ช่วยในการออกแบบ การทำงานของระบบใดที่เราต้องการ โดยตัว flowchart เองเป็นสัญลักษณ์ที่คนอ่านนั้นสามารถเข้าใจได้ง่ายและรวดเร็ว -ฝั่ง wikipedia บอกว่า เป็นรูปสัญลักษณ์ ที่บ่งบอกถึงขั้นตอนการดำเนินงานในแต่ละขั้น ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 7 รูปแบบ

ทำไมจึงต้องเขียน flowchart สำหรับคำถามนี้ ได้คำตอบว่า
-ช่วยลำดับขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม และสามารถนำไปเขียนโปรแกรมได้โดยไม่สับสน
-ช่วยในการตรวจสอบ และแก้ไขโปรแกรมได้ง่าย เมื่อเกิดข้อผิดพลาด
-ช่วยให้การดัดแปลง แก้ไข ทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
-ช่วยให้ผู้อื่นสามารถศึกษาการทำงานของโปรแกรมได้อย่างง่าย และรวดเร็วมากขึ้น

สัญลักษณ์ที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งจะบ่งบอกถึงหน้าที่ในแต่ละช่วงการทำงานนะครับ

สัญลักษณ์หน้าที่/ความหมาย
จุดเริ่มต้น จุดจบ flowchartจุดเริ่มต้น และจุด สิ้นสุดของโปรแกรม (เป็นสิ่งแรกและสิ่งสุดท้ายที่จะต้องวาดในการเขียน flow chart)
เส้นทางการไหลของ flowchartเส้นทางการไหลของโปรแกรม เพื่อช่วยในการเชื่อมแต่ละขั้นของโปรแกรม
การประมวลผล flowchartการประมวลผล การทำงาน การคิดคำนวน
รับข้อมูล/ส่งออกข้อมูล flowchartรับข้อมูล/ส่งออกข้อมูล เช่นรับข้อมูลจากผู้ใช้ หรือแสดงผลค่าตัวแปร
เงื่อนไข flowchartเงื่อนไข เป็นจุดที่มีเงื่อนไขให้เลือกทำ หรือเช็คค่าตามเงื่อนไข
เอกสาร การส่งออก flowchartเอกสาร การแสดงผลออกทางเอกสาร
จุดเชื่อมต่อ flowchartจุดเชื่อมต่อ คือจุดรวมจากหลายเส้นทางของโปรแกรมเข้ามาเส้นทางเดียวในกรณีที่ขั้นตอนต่อไปจะทำงานเหมือนกัน
ขึ้นหน้าใหม่ flowchartขึ้นหน้าถัดไป ในกรณีที่เขียนหน้าเดียวไม่เพียงพอ
บันทึกข้อมูล flowchartเก็บข้อมูล เช่นบันทึกข้อมูลลงสื่อบันทึก
สื่อ flowchartdisk magnetic คือสื่อบันทึกข้อมูล เช่น Harddisk

ก็มีเท่านี้ครับ สำหรับเรื่อง flowchart มันจะช่วยเราในงานที่ค่อนข้างซับซ้อน จะทำให้เราคิดออกมาเป็นขั้นตอนได้อย่างเห็นภาพมากขึ้น และยังช่วยในการลดความซับซ้อน สำหรับงานใหญ่ๆ

ซึ่ง flowchart นี้สามารถประยุกต์ในการเขียนเว็บได้ด้วยเหมือนกันนะครับ เพราะการเขียนเว็บก็เป็นการเขียนโปรแกรมอย่างนึงเหมือนกัน

ตัวอย่างเช่น ส่วนการสมัครสมาชิกของเว็บ จะเขียนออกมาเป็น flowchart ได้ดังนี้ครับ

 

ตัวอย่าง flowchart ระบบสมัครสมาชิก

ต่อไปนี้การเขียนโปรแกรมก็ไม่เป็นเรื่องยากอีกแล้วใช่ไหมครับ หากเรารู้จักใช้งาน tool ต่างๆ ก็จะช่วยงานเราได้เยอะครับ

สำหรับโปรแกรมที่ใช้เขียน flow chart อย่างตัวอย่างนี้คือ OpenOffice Draw หรือโปรแกรม dia นะครับ เป็นของฟรี หากใครชอบใครของละเมิด เอ้ย ของเสียเงิน ก็คงเป็น Microsoft Office VIsio นะครับทำงานในหน้าที่เดียวกันครับ

ที่มา : http://web.meewebfree.com

 

 
สมัครโดเมนฟรี ไม่มีโฆษณา ไม่มีอะไรกวนใจ ฟรีจริงๆ .co.cc

จากที่บทความเก่าๆของเราก็เคยได้พูดถึงเรื่องของ โดเมนฟรี ของ .tk เอาไว้ ที่จดได้ฟรี แล้วเอา โฆษณาออกได้ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป กลับไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้วครับ โดยในปัจจุบันนี้ .tk ก็ยังสามารถจดโดเมนฟรีได้อยู่ แต่ว่าไม่สามารถเอาโฆษณาออกได้แล้ว

ดัง นั้นวันนี้ เราจะมาแนะนำที่แห่งใหม่สำหรับการจดโดเมนกันครับ ที่ฟรีจริงๆ แล้ว function ใช้งานครบครันจริงๆครับ แต่วันนี้เราจะมาแนะนำสำหรับผู้ที่มีเว็บเป็น url ของตัวเองแล้วครับ เช่น ตอนนี้ผมมีกระดานข่าวของผม ที่มี URL คือ http://board.meewebfree.com วันนี้เราจะมาสร้างโดเมนให้ URL นี้กันครับ โดยโดเมนที่ได้จะอยู่ในชื่อ โดเมนตามที่เราตั้ง.co.cc

โดยประโยชน์ มีดังต่อไปนี้ครับ
1.เหมาะสำหรับคนที่มีเว็บของตัวเองแล้ว แต่ว่าเว็บชื่อมันยาว จำยาก ก็เอามาสร้างโดเมนใหม่ครอบมันเลย เวลาคนเข้าจะได้จำได้ง่ายๆ
2.มี blog หรือ space หรืออะไรก็ตามที่ใกล้เคียง แต่ชื่อมันยาว หรือไม่สวย จำยาก เราก็มาสร้างชื่อใหม่ให้มันเลย คนจะได้เข้าได้ง่ายๆ เพราะชื่อสั้นๆจำง่านกว่าอยู่แล้ว
3.มี URL storage บางอย่าง ที่แสนยาวไม่เหมาะแก่การจำเอาซะเลย ก็เลยมาสร้าง url สั้นๆครอบมันซะ
4.คนที่มี host free ใช้แล้ว แต่ว่ารู้สึกว่าชื่อ URL ไม่สวยจำยาก
5.คนที่อยากเช่า host แต่ว่าไม่อยากเสียเงินจดโดเมน(ส่วนนี้เราจะยังไม่กล่าวถึงในบทความนี้ครับ)
เรามาแก้ปัญหาเหล่านี้กันครับ

เริ่มต้นจาก คลิกที่นี่เพื่อสมัครโดเมนฟรี เอาล่ะครับ ตอนนี้ทุกท่านก็ไปที่เว็บสำหรับ สมัครโดเมนฟรีกันแล้ว ก็เริ่มจากสมัครสมาชิกเค้าก่อนครับ

คลิก create an account now เพื่อสมัครโดเมนฟรี

คลิกที่ create an account now นั่นเองครับ

แล้วกรอกตามที่เห็นเลยครับ

กรอกข้อมูล สมัครโดเมนฟรี

เมื่อเสร็จขั้นตอนการสมัครแล้ว ให้คลิกที่นี่ครับ ล็อกอินเพื่อเข้าสร้างโดเมนฟรี

สมัครโดเมนฟรี สร้างโดเมนใหม่

ก็จะเจอหน้าแบบนี้ ให้คลิกตามนั้นเลยครับ

สมัครโดเมนฟรี กรอกชื่อโดเมนฟรีที่ต้องการใช้

กรอกโดเมนที่เราต้องการเข้าไปในช่อง ตัวอย่างผมใช้ meewebfree2 ครับ

โดเมนฟรี ว่าง สามารถใช้งานโดเมนฟรีนี้ได้

หน้าต่อมาจะได้แบบนี้แสดงว่าโดเมนว่าง เราสามารถใช้งานได้ครับ

 

โดเมนฟรี ถูกสร้างขึ้นมาแล้ว หน้าต่อมาต้องได้คล้ายๆแบบนี้ครับ สังเกตุเอาก็ได้ครับ ที่ตัวแดงๆข้างบนนั่นล่ะครับ แล้วเราก็เลื่อนลงมา เพื่อ setup โดเมนของเราต่อให้เสร็จ

ใช้โดเมนฟรี แบบ url forwarding

เลือก ส่วนที่ 3 คือ URL Forwarding ครับ เพื่อที่เราจะได้ forward domain นี้ไปยังเว็บเรา อย่างที่ผมบอกตอนต้นครับว่าผมจะส่งไปที่ http://board.meewebfree.com ผมก็เลยกรอกไปตามที่เห็นเลยครับ ใครจะให้ใส่ปลายทางไปที่ไหนก็เลือกเอาตามสะดวกเลยครับ โดยในส่วนของ frame ต้องเลือกตามที่ผมเลือกนะครับ จะเป็นการส่งไปที่ URLจริงๆของเราเลยครับ (เวลาเปิดเว็บก็จะเห็นว่าเป็น http://board.meewebfree.com) เมื่อครบถ้วนก็กด setup เป็นอันจบกระบวนการครับ

เท่านี้เราก็สามารถเรียก URL ที่เราพึ่งสร้างเสร็จหมาดๆได้ทันทีครับ ตัวอย่าง http://www.meewebfree2.co.cc นั่นเองครับ(หรือถ้ายังไม่ได้ต้องรออีกไม่เกิน 48 ชั่วโมง ถ้าเกิน 48 ชั่วโมงแล้วยังเรียกไม่ได้แสดงว่าทำผิด)

เห็นไหมครับ ว่าง่ายๆเราก็สามารถมีโดเมนฟรีเป็นของเราได้ แล้วความจริงเรายังสามารถทำอะไรได้อีกหลายอย่างเลยครับ ซึ่งถ้ามีโอกาส เราจะมาแนะนำกันต่อไปครับ

ที่มา : http://web.meewebfree.com

 

 
ติดตั้ง SMF บนhostจริงๆ พร้อมเพิ่มภาษาไทย

หลังจากที่มีกระแสเสียงเรียกร้อง ให้แสดงวิธีการติดตั้ง SMF บน host จริงๆให้ดู วันนี้ก็จะมาแสดงให้ดูกันครับ ระบบสคริปสำเร็จรูปนั้นทุกอย่าง มีขั้นตอนการติดตั้งที่คล้ายกันหมด เพียงแต่เราต้องเข้าใจในขั้นตอนการติดตั้งของมันเท่านั้นเอง ซึ่งจะสรุปการติดตั้งสคริปใดๆได้ดังนี้

1.สร้างฐานข้อมูลเปล่า เตรียมรอเอาไว้ โดยในขั้นตอนนี้ เราจะต้องมีข้อมูล
1.1ชื่อ username ของระบบ MySQL
1.2 password ของระบบMySQL
1.3 ชื่อฐานข้อมูล ของระบบ MySQL
2.เราต้องมีข้อมูลการใช้งาน FTP เพื่อที่จะได้สามารถ upload สคริปต่างๆจากเครื่องเราขึ้นที่ host จริงได้
3.เริ่มทำการ upload ไฟล์ของสคริปต่างๆจากเครื่องเราขึ้นที่ host
4.เรียกไฟล์ติดตั้งผ่านหน้าเว็บ
5.ดำเนินการติดตั้งตามขั้นตอนที่ระบุ โดยจะต้องใช้งานข้อมูลในส่วนของข้อที่ 1 นั้นเอง
6.เสร็จแล้ว

บทความนี้ จะทำการติดตั้งให้ดูแล้วจะลบข้อมูลของจริงทิ้งทันที เนื่องจากเราจะเปิดเผยข้อมูลจริงทั้งหมด

ตอนนี้ก่อนที่เราจะติดตั้งเราก็ต้องโหลดไฟล์ที่จะใช้ในการติดตั้งมาก่อน ซึ่ง ณ ตอนนี้ เวอร์ชั่นใหม่สุดคือ 1.1.7 ครับ สามารถเลือกโหลด ได้ที่หน้านี้ http://www.simplemachines.org/download/ แต่ในความจริงคือ การติดตั้ง แม้ว่าเวอร์ชั่นจะต่างกัน(เช่น 1.1.x) แต่ก็มีวิธีการติดตั้งที่เหมือนกันครับ ตอนนี้ผมโหลดมาแล้วนะครับ แล้วก็ทำการแตกไฟล์และพักเอาไว้ก่อน

แล้วก็เริ่มในขั้นตอนที่ 1 เตรียม ฐานข้อมูลเปล่า ในที่นี้ ผมได้สร้างฐานข้อมูลเปล่าขึ้นมา ซึ่งมีข้อมูลในข้อ 1 ย่อยดังนี้

ข้อมูลการสร้างฐานข้มูล

เริ่มขั้นที่สอง ด้วยการ upload ไฟล์ ขึ้นไปที่ host ทั้งหมด

upload ไฟล์ด้วย FTP

แล้วก็ทำการ CHMOD ไฟล์ด้วยโปรแกรม FTP อย่างผมใช้ Filezilla โดยต้อง CHMOD ไฟล์เหล่านี้ให้เป็น 777(ใครที่ใช้ server windows ไม่ต้อง chmod นะครับ)

* attachments
* avatars
* Packages
* Packages/installed.list
* Smileys
* Themes
* agreement.txt
* Settings.php
* Settings_bak.php

**สำหรับท่านที่ upload ใส่แฟ้มย่อยในเว็บนะครับ เช่น meewebfree.com/forum/ อย่างนี้จะต้อง CHMOD 777 ที่แฟ้ม forum ด้วยนะครับ เพิ่มเติมอีก 1 ขั้น

เมื่อครบแล้ว เข้าURL ที่ใช้ในการติดตั้ง อย่างของผม uploadที่ http://smf.thaisite.org ผมก็เรียก URL การติดตั้งที่ http://smf.thaisite.org/install.php หากใครได้หน้าตาแบบนี้ หมายความว่ายัง CHMOD ผิดอยู่นะครับ ยังทำไม่ครบถ้วน

chmod smf ไม่ครบ

ที่ถูกต้องจะต้องได้หน้าแบบนี้

chmod file smf ครบแล้ว

แล้วเราก็เอาข้อมูลที่เตรียมไว้ในข้อที่ 1 มากรอกลงไปที่ ส่วนล่างครับ และในส่วนบนก็กรอกลงไปตามสบายใจครับ ให้ติ้กถูกหน้าข้อ UTF-8 ด้วยนะครับ แต่ถ้าติ๊กแล้ว host ไหนใช้ภาษาไทยไม่ได้ ก็ติดตั้งใหม่โดยไม่ต้องติ๊กครับ แสดงว่าเป็น host ที่มีระบบเก่าแล้วครับ

กรอกข้อมูล MySQL สำหรับติดตั้ง SMF

ขั้นต่อมาเราก็สร้าง admin ของบิร์ด หรือคนที่จะมีอำนาจจัดการทุกอย่างในบอร์ดนั่นเอง

สร้าง admin account สำหรับบอร์ด SMF

เสร็จแล้วจ้า แต่อย่าพึ่งใช้งานนะครับ

ติดตั้ง SMF เสร็จแล้ว

หลังจากนั้นให้ FTP ลบไฟล์ install.php ออกเป็นอันใช้ได้ ต่อมาเราจะทำการเพิ่มภาษาไทยกัน

 

ให้โหลดตัวแปลภาษาไทยมาก่อนที่นี่ http://www.simplemachines.org/download/?languages;lang=thai เลือกให้ตรงเวอร์ชั่นที่ใช้งานและ ตรงตามการติดตั้ง อย่างของผมใช้ 1.1.7 และติดตั้งแบบ UTF ก็โหลดลงมาในเครื่องแล้วแตกไฟล์ ได้ไฟล์ภาษาไทยสำหรับ SMF

ก็ upload แฟ้มนี้ขึ้นไปทับของเดิมเลย แล้วไปเปลี่ยนในส่วน admin ให้เป็นภาษาไทย เป็นอันเสร็จกระบวนการใช้งานได้ตามปรกติคร้าบ

ตั้งค่า smf ให้เป็นภาษาไทย

สำหรับสคริปอื่นๆก็ติดตั้งด้วยวิธีการที่ใกล้เคียงแบบนี้ด้วยเช่นกัน หากสังเกตการติดตั้ง php-fusion ก็จะเห็นได้ว่า มันมีแนวทางเดียวกัน เพราะนี่คือแนวทางการติดตั้งสคริปสำเร็จรูปนั่นเอง

ที่มา : http://web.meewebfree.com

 

 
เรียนรู้ MySQL -เริ่มสร้างฐานข้อมูล

ตอนนี้เราเข้าสู่ยุค MySQL 5กันไปแล้วนะครับ และช่วงนี้เริ่มเปลี่ยนเทคโนโลยี จาก 4 เป็น 5 ดังนั้นหากเอา MySQL 4 มาเล่าให้ฟังก็คงจะไม่เกิดประโยชน์อะไรอย่างแน่นอนเลย ก็เลยจะมาพูกถึง MySQL 5กันเลยนะครับ

แต่ว่า.... ในความเป็นจริงก็คือ MySQL 4 กับ 5 ก็แทบไม่ได้แตกต่างกันเลย ดังนั้น บทความนี้ หากศึกษาแล้ว ก็สามารถเขียนได้ทั้ง 4 และ 5 นั่นเอง แต่ผมจะพยายามให้เน้นทาง 5 เนื่องจาก ความรู้จะได้ไม่เก่าไปนักน่ะครับ แต่... เท่าที่สอบถามจากผู้รู้มา ความเปลี่ยนแปลงนั้นมันเปลี่ยนเชิงลึกมากครับ Developer ทั่วไปก็ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนี้เลยครับ

บทความนี้ เราจะติ๊ต่างว่า คนอ่านนั้นรู้จัก PHP แล้ว และพออ่านโค้ดเข้าใจนะครับ เพราะไม่เข้าใจแล้วมาอ่าน รับรอง ไม่งง ก็ต้องงงกันแล้วล่ะ และก็จะติ๊ต่างว่าเครื่องนั้นได้ลง WAMP ไว้แล้ว หรือ Appserv หรือ tool อื่นๆที่จำลองเครื่องแล้ว และมี MySQL เวอร์ชั่น 5.x.x นะครับ(เน้นเวอร์ชั่น MySQL)

และเราก็มาเริ่มด้วยการทำความเข้าใจก่อน ว่า MySQL นั้นคืออะไร
ความจริงก็พูดมาหลายครั้งอยู่นะครับ ในบทความในเว็บของเรา แต่พูดอีกสักที ก็ไม่น่าจะเป็นอะไร

คือเรื่องมันมีอยู่ว่า....... กาล ละครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว...... ได้มีการก่อกำเนิดระบบฐานข้อมูลขึ้นมา.... ซึ่งมีการพัฒนาต่อยอดออกมาอีกหลายตัว และหนึ่งในนั้นก็คือพระเอกของเรา.... ซึ่งมีนามว่า MySQLนั่นเอง ซึ่งเป็นชื่อย่อที่ปวงชนชาวโลกต่างเรียกขานนามกัน โดยพระเอกของเรานั้นมีหน้าที่เป็นระบบข้อมูล ที่มีการจัดเก็บ เรียกค้น จัดการอย่างมีระบบ ระเบียบ ซึ่งมีภาษาที่ใช้ในการสนทนากับพระเอกของเรา ด้วยภาษา SQL ภาษานี้ มีการใช้งานในระบบฐานข้อมูลอีกหลายตัว ไม่ใช่แต่ MySQL ที่เป็นพระเอกของเราเท่านั้น
แต่อย่าเข้าใจผิด ว่า พระเอกของเรานั้น ทำงานได้ด้วยตัวเอง นะครับ เพราะว่าความเป็นจริงแล้ว MySQL นั้น มีหน้าที่แค่ เก็บ จัดการ ควบคุม โดยใช้ภาษา SQL เป็นตัวจัดการเท่านั้น เพราะว่า ในการแสดงผลออกมาจริงๆนั้น ก็ต้องผสมภาษา SQL เข้ากับภาษา PHP อีกอยู่ดี MySQL เพรียวๆ นำออกมาใช้งานได้ไม่เหมาะเท่าไรนัก

และก็ อีกหลายคน ก็มีความเข้าใจที่ผิดๆว่า phpMyAdmin คือ MySQL ??? ความจริงกำลังพูดกันคนละเรื่อง.... MySQL คือ ระบบ เน้น ตรงที่มันเป็นระบบนะ การเอาตัวหนังสือเข้าออกใส่ระบบ MySQL ก็ต้องมีตัวจัดการใช่มะ นั่นจึงเป็นที่มาของ phpMyAdmin นั่นเอง ตัวอย่างให้เห็นภาพมากขึ้นก็คือ การที่เราจะป้อนข้อมูลที่เรามี ลงไปในฐานข้อมูลแบบ MySQL นั้น เราต้องเขียนคำสั่งประมาณนี้ครับ
$query = "INSERT INTO userauth (commonname, email, username, pswd) VALUES (\'$_POST[name]\', \'$_POST[email]\'));
แต่ถ้าเราใช้ phpMyAdmin เราก็คลิกว่าเราจะแก้ไขข้อมูลแล้วเราก็กรอกลงไปในช่องที่เตรียมไว้ แล้วกด submit เป็นอันจบกระบวนการ.....

ทีนี้พอจะเข้าใจ MySQL และ phpMyAdmin กันมากขึ้นแล้วใช่มะล่ะ

หลังจากที่พร่ำกันมายาวทีเดียว เราก็มาเข้าเรื่องกันต่อ

เราจะมาเริ่มตั้งแต่ขั้นพื้นฐานกันก่อนดังนั้น บทความเรื่องนี้อาจจะยาวหน่อย แต่อยากให้ใจเย็นๆอ่านไปเรื่อยๆ เพราะว่าถ้าไม่มีพื้นฐานก็ต่อยอดขึ้นไปไม่ได้

ตอนนี้ เราก็มีระบบ MySQL แล้ว พร้อมด้วยตัวจัดการแบบ phpMyAdmin โดยจากบทความการติดตั้ง wamp นั่นเอง อย่าลืมนะครับ ถ้าใช้ตัวอื่น ขอเวอร์ชั่น MySQL 5.x.xนะครับ

ก็จะขอพูดถึงโครงสร้างของระบบฐานข้อมูลกันก่อนเลย

จุดกำเนิดแรกสุดของฐานข้อมูล นั่นก็คือ ฐานข้อมูล(มันพูดอะไรของมัน....) ไม่ได้พูดให้งง แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะลองนึกง่ายๆ เราจะเก็บข้อมูลลงฐานข้อมูล แต่เราไม่มีฐานข้อมูล เราจะเก็บที่ไหน???

นั่นล่ะครับ จึงต้องเป็นที่มาของฐานข้อมูลนั่นเอง แต่ว่า ตัวฐานข้อมูลเองนั้น ก็จะมีโครงสร้างย่อยลงมาอีกหลายระดับเลย
ชั้นแรกก็คือ ตาราง ฐานข้อมูล 1 ฐานข้อมูลจะประกอบด้วย อย่างน้อย 1 ตาราง หรือมากกว่าจึงจะใช้งานได้
เช่น เรามีฐานข้อมูลที่ชื่อว่า human นะครับ ในฐานข้อมูลเราอาจจะมีตาราง ที่ชื่อว่า profile, friend, tool อยู่ รวม มี 3 ตารางนะครับ
ชั้นต่อมาที่ต่อลงมาจาก ตารางนั่นก็คือ field หรือส่วนเก็บข้อมูลนั่นเอง ในตัวอย่างที่เรายกมานั้น เราอาจจะยกตัวอย่างได้ว่า ในตาราง profile นั้น จะมี field ที่ชื่อ name surname address อยู่ และในตาราง friend อาจจะมี field ที่ชื่อ name address อยู่ และในตาราง tool อาจจะมี field ที่ชื่อ name cost อยู่

จึงจะเห็นได้ว่ามันเป็นโครงสร้างที่ลดหลั่นกันลงมาเป็นลำดับชั้น ชั้นบนสุดคือ ฐานข้อมูล ที่จะเก็บทุกตาราง และในแต่ละตารางก็จะเก็บ field ของตัวเอง ตามแต่ว่า เราจะให้ตารางนั้นเก็บข้อมูลส่วนไหนอย่างไร
ความจริงเรื่อง ระบบ ฐานข้อมูลมันเป็น ศาสตร์นึงเลย แต่เราคงไม่พูดถึง เราเอามาใช้ให้เป็นก่อน จะดีกว่า

ทีนี้เราก็จะมาดูของจริงกับ phpMyAdmin ในเครื่องของเราที่มีอยู่ ก็เริ่มต้นจากการเข้าไปที่ phpMyAdmin ของเราก่อนเลย จะได้คล้ายๆแบบนี้
ขอเป็น MySQL เวอร์ชั่น 5.x.xนะครับ จากตัวอย่าง คือ 5.0.27

หน้าแรก phpMyAdmin

phpMyAdmin คืออะไร ? ผมเจอบ่อยมากครับ หลายคนไม่เข้าใจ ว่า phpMyAdmin มันคืออะไร รู้แต่ว่าถ้าฉันจะสร้างฐานข้อมูลฉันต้องมาสร้างในนี้ ซึ่งเวลาที่ท่านเหล่านี้ไปใช้งาน server จริงๆ จะพบว่า phpMyAdmin บน server จริงๆเค้าไม่อนุญาตให้เราสร้างฐานข้อมูลซะแล้ว แล้วก็งง ไปต่อไม่ถูก หาว่า server ไม่ดีอย่างนี้อย่างนั้น....

จริงๆแล้วความเข้าใจที่ถูกต้องของ phpMyAdmin ก็คือเครื่องมือที่มีขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนที่ใช้ฐานข้อมูลแบบ MySQL ซึ่งตัวมันเอง จะทำหน้าที่หลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับฐานข้อมูล MySQL นั่นล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง แก้ไข ลบข้อมูล ฐานข้อมูลของ MySQL รวมไปถึงเชิงลึกอื่นๆ เช่นการซ่อม การปรับปรุง ฯลฯ โดยอาศัยเทคโนโลยี web base หรือพูดให้เข้าใจง่ายก็คือแบบผ่านหน้าเว็บนั่นล่ะครับ

ถ้าใช้ server จริงๆ ส่วนใหญ่เค้าจะไม่ให้เราสร้างฐานข้อมูลผ่าน phpMyAdmin แต่เค้าจะให้เราสร้าง-ลบฐานข้อมูลผ่าน control panel ที่ server นั้นมีบริการ แต่ phpMyAdmin ที่serverเค้าบริการเรา จะทำหน้าที่เพียงเพื่อการจัดการข้อมูลที่อยู่ภายในฐานข้อมูลเท่านั้น ดังนั้นไม่ต้องตกใจ เพราะว่านี้เป็นเรื่องปกติครับ ดังนั้นคราวต่อไปไม่ต้องตกใจ ถ้า phpMyAdmin ของ server จริงๆมันสร้าง หรือลบฐานข้อมูลไม่ได้

 

กลับมาเข้าเรื่องเราก็จะเริ่มจากการสร้างฐานข้อมูลกันก่อนเลย
ตามกรอบด้านล่างนี้ให้เราใส่ชื่อที่ต้องการลงไปเลย แต่ เน้นเรื่องการใส่ชื่อนิดนึง ขอเป็นภาษาอังกฤษหรือตัวเลขเท่านั้น แล้วอย่าให้มีอักขระพิเศษใดๆ

ใส่ชื่อเพื่อสร้างฐานข้อมูล

เอาล่ะครับ เมื่อมีฐานข้อมูลแล้ว เราก็พร้อมแล้วที่จะสร้างตารางใส่ฐานข้อมูลต่อไป ให้เราเลือกฐานข้อมูลนะครับ เป็นที่เราสร้างขึ้นมาใหม่ ก็เลือกที่ด้านซ้ายมือนั่นเอง เราก็เลือกเป็น human

เลือกฐานข้อมูลที่สร้างขึ้นมาใหม่

เราจะมาสร้างตารางใส่โดยให้สังเกตที่ด้านล่าง ใส่ตามนี้ครับ เราจะทำการสร้างตารางชื่อ profile และมี field 3 field

สร้าง field ใส่ table ใน phpMyAdmin

จากนั้น เราก็จะสร้าง ทั้ง 3 field ลงไปตามนี้ครับ เราจะเก็บเป็นตัวอักษร จำนวน 50 ตัวอักษร มี charset ที่ใช้ใน field คือ tis620_thai_ci นั่นเอง

สร้าง field ใหม่และกำหนดคุณสมบัติ

ที่ด้านล่างให้กด engine เป็น MyISAMแล้วเลือก Collation เป็น tis620_thai_ci เลื่อนลงมากด save ที่ด้านล่าง เท่านี้ เราจะได้ตารางของ profile มาโดยสมบูรณ์แล้ว ก็ขอให้สร้างตารางอีก 2 ตาราง ตามตัวอย่างที่เราเขียนไว้นะครับ คือ
ในตาราง friend มี field ที่ชื่อ name address ในตาราง tool มี field ที่ชื่อ name cost อยู่ อันนี้ไม่มีเฉลยให้ลองทำเองครับ

และตอนนี้เราก็เตรียมความพร้อมฐานข้อมูลของเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ก็จะจบกระบวนการเตรียมฐานข้อมูล แต่เพียงเท่านี้ สำหรับการเริ่มต้นใช้งานนั้น เราจะมานำเสนอกันในบทความต่อไปครับ ยังไงก็ลองสร้างๆ ลบๆ เล่นๆดูได้ครับ มันก็เครื่องเราเอง มั่วให้กระจาย เครื่องเราก็ไม่พังครับ แต่ถ้ามั่วที่ server แล้ว server พังอันนี้ก็ตัวใครตัวมันครับ

ที่มา : http://web.meewebfree.com

 
การส่งค่าผ่าน Form หน้าเว็บ แบบ POST กับ GET

จากบทความก่อน ที่พูดถึงเรื่อง form input แล้ววิธีการส่งที่จะส่งแบบ GET หรือ POST นะครับ ก็จะมาแฉแบบละเอียดถึงการส่งแต่ละแบบ และประโยชน์ด้วยครับ

เริ่มต้นจาก แบบ GET แบบ GET นั้น เมื่อเราส่งไปที่หน้ารับแล้ว หน้ารับจะมี?แล้วมีตัวแปรโผล่ขึ้นมา แล้วตามด้วยอะไรเต็มไปหมด เช่น ผมค้น www.google.co.th ด้วยคำว่า meewebfree จะได้ URL ดังนี้ http://www.google.co.th/search?hl=th&q=meewebfree&อะไรอีกมากมายยยยย ลองดูนะครับ hl=th และ q=meewebfree ทั้งสองอันนี้ มันมีความหมายนะครับ คือ หมายความว่า ตัวแปร hl ให้มีค่า th และตัวแปร q ให้มีค่า meewebfree ซึ่ง ในหน้าประมวลผลนั้น สามารถดึงค่านี้เข้าไปประมวลผลได้นะครับ วิธีการก็คือ เขียน

  1. $ชื่อตัวแปรที่สร้างใหม่ = $_GET['ชื่อตัวแปรที่ส่งมา เช่น hl'];

?

 

จากบทความเก่าที่พูดถึงเรื่อง form การรับข้อมูล ผมก็ได้เขียน การดึงค่า แบบ GET เอาไว้ด้วย (โหลดไฟล์ที่อยู่ในบทความเก่านั้นมาครับ รันไฟล์ที่มีชื่อ input.php)

สังเกตบรรทัดที่ 2 ครับ บรรทัดนั้นล่ะครับ ที่เป็นการดึงค่าแบบ GET ออกมาแสดงครับ ซึ่ง ผมจะรันไฟล์นี้ด้วย URL input.php?key=สวัสดีครับ เรามาดูผลที่แสดงกันครับ

หน้าเว็บก็จะแสดงข้อความ สวัสดีครับ ตามที่เราส่งค่าไปเป็น URL นั้นเลย แล้วไม่ว่าเราจะเป็นเป็นอะไรก็ตาม ระบบ ก็จะแสดงผลตามนั้นนะครับ เช่น input.php?key=test ระบบก็จะแสดงว่า test ครับ

และนี่ก็คือสาเหตุหลักในความไม่ปลอดภัยของระบบ form นั่นเอง เพราะหากสังเกตุบางเว็บที่มี URL ? อะไรแบบนี้นะครับ เมื่อเราเปลี่ยนค่าที่ใส่ให้ตัวแปร เนื้อหาในหน้าเว็บก็จะเปลี่ยนไปด้วยครับ เอาตัวอย่างใกล้ๆที่สุดเลยครับ หากใช้ php-fusion นั้น เวลาเราเขียนบทความ แล้วเปิดอ่าน URL เราจะมี id=.... ใช่ใหมครับ นั่นล่ะครับ เมื่อเลขเปลี่ยน บทความก็เปลี่ยน (ลองทดสอบดูได้ครับ)

และสำหรับการส่งค่าแบบ GET นะครับ ก็เหมือนกับที่ว่าไว้ใน บทความ form การรับข้อมูล เลยครับ เพียงแต่หน้าที่ส่ง หรือหน้า start.htm นั้นเปลี่ยนโค้ดจากคำว่า POST เป็น GET ครับ

เค้าจึงมีการส่งข้อมูลอีกแบบนึง ที่ทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น นั่นก็ คือ แบบ POST นั่นเอง สำหรับการส่ง และรับข้อมูลแบบ POST นั้น ให้ อ่านที่บทความ form การรับข้อมูล เลยนะครับ อธิบายเอาไว้แล้ว

ซึ่งหากเราสังเกตตอนที่รันไฟล์รับและส่งค่านั้น จะเห็นว่า URL ไม่มี ?...... ใดๆเลย นั่นเป็นเพราะว่า ตัวแปรไม่ได้ถูปประกาศออกมาผ่าน URL นั่นเองครับ แต่จะมีการับส่งและใช้งานอยู่ในระบบ ( server )ครับ จึงทำให้มีความปลอดภัยจากการ hack มากขึ้นนั่นเอง......

สำหรับการเขียนการรับค่าทั้งสองแบบนั้น มีประโยชน์อีกอย่างนึงในการทำให้สามารถใช้งานตัวแปรได้อย่างถูกต้อง ในระบบ ที่ register_global = off นะครับ หลายคนมักจะมีปัญหาเรื่องนี้มาก

วิธีแก้ก็ไม่ได้ยากอะไรเลย แค่เติม $ชื่อตัวแปรที่สร้างใหม่ = $_GET['ชื่อตัวแปรที่ส่งมา เช่น hl']; ในตัวแปรที่ส่งมาแบบ get หรือเติม $ชื่อตัวแปรที่สร้างใหม่ = $_POST['ชื่อตัวแปรที่ส่งมา เช่น hl']; เช้าไปในระบบที่มีการส่งแบบ POST ก่อนการเรียกใช้งานตัวแปรก็เท่านั้นเอง เป็นอันเรียบร้อย ทั้งยังใช้งานได้กับทุกระบบอีกด้วยครับ

พยายามเขียนแบบนี้ให้ชินมือครับอย่าพยายามเรียกใช้ตัวแปรโดยที่ไม่มีการ รับ get หรือรับ post เข้ามาครับ จะเป็นการวาง bug ให้โค้ดตัวเองเปล่าๆ

ก็คงหวังว่า น่าจะนำไปประยุกต์ใช้งานกันได้นะครับ ลองดูครับ ครูที่ดีที่สุดคือการทดสอบลองทำด้วยตัวเองครับ เพราะอ่านเข้าใจ แต่ทำจริงก็อาจจะทำไม่ได้ก็ได้ครับ

พื้นฐานของฟอร์มนี้ยังเอาไปประยุกต์ตัวกัน spam ได้อีกด้วยครับ เพียงแค่เพิ่ม input ขึ้นมาอีกอันนึง แล้วส่วนที่รับค่า เราก็รับเข้ามาเพื่อเช็คเงื่อนไขว่าตรงหรือไม่ ก็เท่านั้นเองครับก็สามารถใช้งานได้แล้ว

ที่มา : http://web.meewebfree.com

 
<< Start < Prev 1 2 3 4 5 6 7 8 9 Next > End >>

Page 4 of 9
Banner

Hosting Functions

Hosting Space
คือพื้นที่ความจุในการเก็บไฟล์เว็บไซต์ไว้บน Hosting มีหน่วยเป็น Byte
BandWidth
คือปริมาณความจุของข้อมูลที่มีการส่งเข้า-ออกจาก Hosting ดดยการเปิดเว็บหรือส่งผ่าน ftp มีหน่วยเป็น Byte
pop3 e-Mail
คือระบบ e-Mail ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Outlook หรือโปรแกรม e-Mail ต่างๆ บนเครืองคอมพิวเตอร์ได้

Development Support

ภาษาโปรแกรมที่รองรับ
HTML,PHP, JSP, AJAX, TOMCAT, XML,+PEAR, PHPMyAdmin, CGI, Perl
ฐานข้อมูลที่รองรับ
MySQL 5.0.67

Reseller Hosting

Hosting Reseller โฮสติ้ง รีเซลเลอร์ ความเร็วสูง สำหรับผู้ที่เริ่มต้นธุรกิจ Hosting ทดลองใช้งานฟรี 7 วัน รับประกันคืนเงินภายใน 30 วัน


สำหรับ webmaster
ที่ต้องมี Hosting บริการให้ลูกค้าของท่าน สามารถเริ่มต้นได้ที่นี่ พร้อมข้อเสนอดีๆ ที่ไม่มีที่ไหน
  • ทดลองใช้งานฟรี 7 วัน
  • ยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเริ่มต้น
  • รับฝากลูกค้าและขอโอนคืนได้
  • ไม่ต้องดูแล server

ติดตั้ง Open Source ฟรี


  
   
   
   
   
   
   And more..


ธนาคารกสิกรไทย   ธนาคารกรุงเทพ  ธนาคารกรุงไทย  ธนาคารไทยพาณิชย์  ธนาคารกรุงศรีอยุธยา  ธนาคารนครหลวง